HSK 6
⋯⋯,要不然/不然⋯⋯
⋯ ⋯ , yào bù rán / bù rán ⋯ ⋯
要不然/不然 - มิฉะนั้น ไม่งั้น
คำอธิบาย
'要不然' (yào bù rán) และ '不然' (bù rán) เป็นคำสันธาน (คำที่เชื่อมอนุพากย์เข้าด้วยกัน) ที่วางไว้ต้นอนุพากย์หลัง มีสองความหมายขึ้นอยู่กับบริบท
อนุพากย์ 1,要不然/不然 + อนุพากย์ 2 ความหมาย (a) คือ ไม่งั้น หรือ ไม่อย่างนั้น เป็นการบอกผลเสียที่จะตามมาหากเรื่องในอนุพากย์ 1 ไม่ถูกทำ เช่น 要认真,不然会影响毕业 (ต้องตั้งใจ ไม่งั้นจะกระทบกับการจบการศึกษา) ความหมาย (b) เป็นภาษาพูด แปลว่า งั้น... หรือ หรือไม่ก็... เป็นการเสนอทางเลือกอีกทางหนึ่ง เช่น 不然我和你一起去 (งั้นเดี๋ยวผมไปกับคุณ)
ความหมาย (a) ใช้ในประโยคความรวมแบบสมมติ (ประโยคที่มีอนุพากย์เงื่อนไขกับผลที่ตามมา) เพื่อเตือนถึงผลเสีย ส่วนความหมาย (b) ใช้ในบทสนทนาในชีวิตประจำวันเพื่อเสนอทางออกอื่น
จะรู้ว่าเป็นความหมาย (a) หรือ (b) ให้ดูที่อนุพากย์หลัง ถ้าเป็นผลเสียก็แปลว่า ไม่งั้น ถ้าเป็นข้อเสนอหรือทางเลือกก็แปลว่า งั้น หรือ หรือไม่ก็ ส่วน 要不然 กับ 不然 ใช้แทนกันได้ โดย 不然 สั้นกว่าและใช้บ่อยกว่า
คำว่า ไม่งั้น ในภาษาไทยก็มีสองความหมายนี้เหมือนกัน แต่ผู้เรียนมักแปลตายตัวว่า ไม่งั้น ทุกครั้ง ทำให้ประโยคที่เป็นความหมาย (b) ฟังแล้วไม่ได้ความ (ประโยค 不然我和你一起去 ไม่ได้แปลว่า ไม่งั้นผมไปกับคุณ แต่แปลว่า งั้นเดี๋ยวผมไปกับคุณ) ต้องดูบริบทของอนุพากย์หลังก่อนแล้วจึงเลือกความหมาย อีกข้อผิดที่พบคือแปลคำว่า ถ้าไม่ ตรงตัวเป็น 如果不 หรือ 如果不然 แล้ววางไว้ต้นอนุพากย์หลัง ซึ่งผิด เพราะ 不然 มีความหมายเงื่อนไขปฏิเสธอยู่ในตัวแล้ว ไม่ต้องเติม 如果 เข้าไปอีก
ตัวอย่าง
ทุกคนต้องเอาจริงเอาจังกับการสอบ ไม่งั้นจะกระทบกับการจบการศึกษานะ
คุณไม่ต้องกังวลมากไป งั้นเดี๋ยวผมไปกับคุณด้วย
ข้างนอกฝนตกแล้ว งั้นพรุ่งนี้เราค่อยไปกันดีกว่า
ฝึกทำแบบฝึกหัด
ทดสอบความเข้าใจของคุณด้วยแบบฝึกหัดปรนัยสั้น ๆ
เรียน “⋯⋯,要不然/不然⋯⋯” ให้ได้ผล
หัวข้อไวยากรณ์ “⋯⋯,要不然/不然⋯⋯” (要不然/不然 - มิฉะนั้น ไม่งั้น) เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของระดับ HSK 6 การจะใช้โครงสร้างนี้ได้คล่อง คุณต้องเข้าใจบริบทที่ใช้และฝึกอย่างสม่ำเสมอ
เคล็ดลับการเรียน อ่านออกเสียงตัวอย่างซ้ำหลายรอบเพื่อสร้างความเคยชินตามธรรมชาติ จากนั้นลองแต่งประโยคจากสถานการณ์ของตัวเอง แล้วใช้ปุ่มเสียงเพื่อฟังและฝึกออกเสียงให้ถูกต้อง
คุณเปิดดูบทเรียนเต็ม “” เพื่อทำความเข้าใจไวยากรณ์และคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องให้ลึกขึ้นได้เช่นกัน