Promotion

HSK 5

得了

de le

得了 (déle) — พอเถอะ / เอาให้จบ ๆ ไป

คำอธิบาย

得了 (déle) เป็นวลีในภาษาพูด (คำพูดในชีวิตประจำวัน) มักวางไว้ท้ายประโยคหรือใช้เดี่ยว ๆ เพื่อแสดงท่าทีของผู้พูด

โครงสร้าง

(1) คำกริยา + 得了 หมายถึง ทำอะไรสักอย่างให้มันจบ ๆ ไป แสดงการยอมรับแบบจำใจ หรือเป็นการเคาะทางออกลงไป เช่น 去得了 qù déle คือ ไปเสียเองก็จบ (2) 得了(吧)วางต้นประโยคหรือใช้เดี่ยว ๆ หมายถึง พอเถอะ พอแล้วน่า แสดงการปฏิเสธ ไม่เชื่อ หรือห้ามอีกฝ่าย

ใช้เมื่อไร

ใช้เมื่ออยากตัดจบเรื่องหนึ่ง คือเอาแบบนั้นก็จบ หรือเมื่อโต้กลับคำคุยโวและคำพูดเกินจริงของอีกฝ่าย คือ พอเถอะ มักเติม 吧 (ba) หรือ 可 (kě) เพื่อเพิ่มน้ำเสียง เช่น 得了吧 และ 可得了吧

ข้อควรระวัง

得 ในที่นี้อ่านว่า dé ต่างจาก 得 (de) ที่เป็นคำช่วยนำส่วนเสริมท้ายกริยา และต่างจาก 得 (děi) ที่แปลว่า ต้อง ทั้งหมดนี้เป็นการใช้แบบภาษาพูด ไม่ควรนำไปใช้ในภาษาเขียนที่เป็นทางการ

ข้อผิดที่พบบ่อย

ผู้เรียนสับสนระหว่าง 得了 (déle) กับส่วนเสริมท้ายกริยาที่บอกความเป็นไปได้ …得了 (de liǎo) เช่น 吃得了 chī de liǎo = กินไหว ทั้งสองรูปเขียนด้วยอักษรชุดเดียวกันทุกประการ ต่างกันที่เสียงอ่านเท่านั้น กรณีแรก 得 อ่านเสียงที่ 2 ว่า dé และ 了 อ่านเสียงเบาว่า le ส่วนกรณีหลัง 得 อ่านเสียงเบาว่า de และ 了 อ่านว่า liǎo เสียงที่ 3 ภาษาไทยมีวรรณยุกต์ก็จริง แต่เสียงที่ต่างกันจะสะกดต่างกันไปด้วย ผู้เรียนไทยจึงไม่คุ้นกับการที่รูปเขียนชุดเดียวอ่านได้สองแบบและมีความหมายคนละอย่าง ต้องอาศัยบริบทและน้ำเสียงเป็นตัวแยก คือ 得了 (déle) แสดงท่าทีว่า พอเถอะ เอาให้จบ ๆ ไป ส่วน 得了 (de liǎo) บอกความสามารถว่าทำไหวหรือไม่ และรูปปฏิเสธของกรณีหลังคือ 不了 (bù liǎo) เช่น 吃不了 chī bù liǎo = กินไม่ไหว ซึ่งกรณีแรกไม่มีรูปนี้

ตัวอย่าง

麻烦别人还不如你自己去得了。
máfánbiérénháibùrúnǐzìjǐqùdele。

จะไปรบกวนคนอื่น สู้ไปเสียเองก็จบ

得了吧,他不可能帮助别人的。
déleba,tābùkěnéngbāngzhùbiérénde。

พอเถอะ เขาไม่มีทางไปช่วยคนอื่นหรอก

你可得了吧,谁能这么想呢?
nǐkědéleba,shéinéngzhèmexiǎngne?

พอเถอะน่า ใครจะไปคิดแบบนั้นล่ะ

ฝึกทำแบบฝึกหัด

ทดสอบความเข้าใจของคุณด้วยแบบฝึกหัดปรนัยสั้น ๆ

เรียน “得了” ให้ได้ผล

หัวข้อไวยากรณ์ “得了” (得了 (déle) — พอเถอะ / เอาให้จบ ๆ ไป) เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของระดับ HSK 5 การจะใช้โครงสร้างนี้ได้คล่อง คุณต้องเข้าใจบริบทที่ใช้และฝึกอย่างสม่ำเสมอ

เคล็ดลับการเรียน อ่านออกเสียงตัวอย่างซ้ำหลายรอบเพื่อสร้างความเคยชินตามธรรมชาติ จากนั้นลองแต่งประโยคจากสถานการณ์ของตัวเอง แล้วใช้ปุ่มเสียงเพื่อฟังและฝึกออกเสียงให้ถูกต้อง

คุณเปิดดูบทเรียนเต็ม “” เพื่อทำความเข้าใจไวยากรณ์และคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องให้ลึกขึ้นได้เช่นกัน

คำถามที่พบบ่อย