HSK 5
X也不是,Y也不是
X yě bú shì , Y yě bú shì
X也不是,Y也不是 (จะทำ X ก็ไม่ดี จะทำ Y ก็ไม่ดี)
คำอธิบาย
โครงสร้าง X也不是,Y也不是 ใช้บรรยายสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก คือทางเลือกที่ตรงข้ามกันทั้งสองทางล้วนไม่เหมาะ ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี
คำกริยา X + 也 (yě = ก็) + 不是 (bùshì) + ,+ คำกริยา Y + 也 + 不是 โดย X กับ Y มักเป็นคู่กริยาที่ตรงข้ามกัน เช่น 哭/笑 (ร้องไห้/หัวเราะ) 坐/站 (นั่ง/ยืน) 走/留 (ไป/อยู่ต่อ) ตรงนี้ 不是 ไม่ได้แปลว่า "ไม่ใช่" ตามตัว แต่มีความหมายว่า "ก็ไม่ดี ก็ไม่เข้าท่า ก็กระอักกระอ่วน"
ใช้เมื่อต้องการบรรยายอารมณ์สับสน กระอักกระอ่วน ติดอยู่ตรงกลางระหว่างสองทาง มักตามหลังกลุ่มคำที่บอกสาเหตุ เช่น 气得 (qì de = โกรธจนถึงขั้น) 紧张得 (jǐnzhāng de = ตื่นเต้นจนถึงขั้น)
ผู้เรียนชาวไทยจำ 不是 = ไม่ใช่ มาตั้งแต่บทแรก ๆ พอเจอรูปนี้จึงแปลตรงตัวเป็น "ร้องไห้ก็ไม่ใช่ หัวเราะก็ไม่ใช่" แล้วเข้าใจทั้งประโยคผิดไปหมด ที่ถูกต้องเข้าใจว่า "จะทำ X ก็ไม่ดี จะทำ Y ก็ไม่ดี" ให้เทียบกับสำนวนไทยว่า จะไปก็ไม่ใช่ จะอยู่ก็ไม่เชิง หรือ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ซึ่งใกล้เคียงที่สุด อีกข้อหนึ่งคือ X กับ Y ต้องเป็นการกระทำที่ตรงข้ามกันจริง ๆ โครงสร้างจึงจะให้ความหมายกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถ้าใส่คำกริยาที่ไม่เป็นคู่ตรงข้าม ประโยคจะฟังไม่รู้เรื่อง
ตัวอย่าง
เขาล้อเล่นแบบนั้น ทำผมโกรธจนจะร้องไห้ก็ไม่ใช่ จะหัวเราะก็ไม่ออก
พอเห็นคนมากันเยอะขนาดนี้ เขาก็ตื่นเต้นจนจะนั่งก็ไม่ใช่ จะยืนก็ไม่ใช่
จะไปก็ไม่ใช่ จะอยู่ต่อก็ไม่ใช่ ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะทำอย่างไรดี
ฝึกทำแบบฝึกหัด
ทดสอบความเข้าใจของคุณด้วยแบบฝึกหัดปรนัยสั้น ๆ
เรียน “X也不是,Y也不是” ให้ได้ผล
หัวข้อไวยากรณ์ “X也不是,Y也不是” (X也不是,Y也不是 (จะทำ X ก็ไม่ดี จะทำ Y ก็ไม่ดี)) เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของระดับ HSK 5 การจะใช้โครงสร้างนี้ได้คล่อง คุณต้องเข้าใจบริบทที่ใช้และฝึกอย่างสม่ำเสมอ
เคล็ดลับการเรียน อ่านออกเสียงตัวอย่างซ้ำหลายรอบเพื่อสร้างความเคยชินตามธรรมชาติ จากนั้นลองแต่งประโยคจากสถานการณ์ของตัวเอง แล้วใช้ปุ่มเสียงเพื่อฟังและฝึกออกเสียงให้ถูกต้อง
คุณเปิดดูบทเรียนเต็ม “” เพื่อทำความเข้าใจไวยากรณ์และคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องให้ลึกขึ้นได้เช่นกัน