Promotion

HSK 3

要是⋯⋯,就⋯⋯

yào shi ⋯ ⋯ , jiù ⋯ ⋯

โครงสร้างเงื่อนไข 要是 (yàoshi)...就 (jiù)... ถ้า...ก็...

คำอธิบาย

要是 (yàoshi)……,就 (jiù)…… เป็นคู่คำสันธาน (คำที่ใช้เชื่อมอนุประโยค) ที่แสดงความสัมพันธ์แบบเงื่อนไขและผลลัพธ์ ตรงกับ ถ้า...ก็... ในภาษาไทย

โครงสร้าง

要是 (ถ้า) + เงื่อนไข ,(ประธาน +) 就 (ก็) + ผลลัพธ์ โดย 要是 อยู่ต้นวรรคเงื่อนไข ส่วน 就 อยู่ในวรรคผลลัพธ์ ติดหน้าคำกริยา

ใช้เมื่อไร

เมื่อยกเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นพร้อมผลที่จะตามมาถ้าเงื่อนไขนั้นเป็นจริง เช่น 要是有时间就去 (ถ้ามีเวลาก็ไป) 要是 มีน้ำเสียงแบบภาษาพูดและเป็นกันเอง

ข้อแตกต่าง

要是 กับ 如果 (rúguǒ) แปลว่า ถ้า เหมือนกัน แต่ 要是 ค่อนไปทางบทสนทนาในชีวิตประจำวัน ส่วน 如果 เป็นทางการกว่า ทั้งคู่มักไปคู่กับ 就

ข้อผิดที่พบบ่อย

ลืม 就 ในวรรคผลลัพธ์ และวาง 就 ผิดที่ ให้จำว่า 就 อยู่หลังประธานและติดหน้าคำกริยา ไม่อยู่ต้นวรรค ข้อได้เปรียบของผู้เรียนชาวไทยคือคำว่า ก็ วางตำแหน่งเดียวกับ 就 พอดี คือหลังประธานและหน้าคำกริยา (ถ้ามีเวลา ฉันก็จะไป) จึงใช้ตำแหน่งของ ก็ เป็นตัวเทียบได้ทันที

ตัวอย่าง

要是不开心,我就会大声唱歌。
yàoshibùkāixīn,wǒjiùhuìdàshēngchànggē。

ถ้าไม่สบายใจ ฉันก็จะร้องเพลงเสียงดัง

要是你明天有时间,就跟我一起去长城吧。
yàoshinǐmíngtiānyǒushíjiān,jiùgēnwǒyìqǐqùchángchéngba。

ถ้าพรุ่งนี้เธอมีเวลา ก็ไปกำแพงเมืองจีนกับฉันด้วยกันนะ

ฝึกทำแบบฝึกหัด

ทดสอบความเข้าใจของคุณด้วยแบบฝึกหัดปรนัยสั้น ๆ

เรียน “要是⋯⋯,就⋯⋯” ให้ได้ผล

หัวข้อไวยากรณ์ “要是⋯⋯,就⋯⋯” (โครงสร้างเงื่อนไข 要是 (yàoshi)...就 (jiù)... ถ้า...ก็...) เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของระดับ HSK 3 การจะใช้โครงสร้างนี้ได้คล่อง คุณต้องเข้าใจบริบทที่ใช้และฝึกอย่างสม่ำเสมอ

เคล็ดลับการเรียน อ่านออกเสียงตัวอย่างซ้ำหลายรอบเพื่อสร้างความเคยชินตามธรรมชาติ จากนั้นลองแต่งประโยคจากสถานการณ์ของตัวเอง แล้วใช้ปุ่มเสียงเพื่อฟังและฝึกออกเสียงให้ถูกต้อง

คุณเปิดดูบทเรียนเต็ม “” เพื่อทำความเข้าใจไวยากรณ์และคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องให้ลึกขึ้นได้เช่นกัน

คำถามที่พบบ่อย