HSK 3
不是⋯⋯,就是⋯⋯
bú shì ⋯ ⋯ , jiù shì ⋯ ⋯
โครงสร้าง 不是 (bú shì)...就是 (jiù shì)... ถ้าไม่ใช่...ก็ต้อง...
คำอธิบาย
โครงสร้าง 不是 (bú shì)⋯⋯,就是 (jiù shì)⋯⋯ แปลว่า ถ้าไม่ใช่... ก็ต้องเป็น... ใช้ยืนยันว่ามีความเป็นไปได้เพียงสองทาง ไม่มีทางอื่นอีก
不是 + A ,就是 + B โดย A กับ B เป็นสองตัวเลือกที่มีอยู่ทั้งหมด จะเป็นสถานที่หรือสถานการณ์ก็ได้ เช่น 不是在办公室,就是在实验室 (ถ้าไม่อยู่ห้องทำงาน ก็ต้องอยู่ห้องปฏิบัติการ)
เมื่อคาดเดาอย่างมั่นใจว่าผลตกอยู่ในหนึ่งในสองกรณี และยังใช้บ่นถึงข้อเสียสองอย่างที่สลับกันมาได้ด้วย เช่น 不是太大,就是太小 (ไม่ใหญ่ไปก็เล็กไป)
ต่างจาก 要么 (yàome)⋯⋯要么⋯⋯ (หรือไม่ก็) ที่เป็นการเลือกอย่างตั้งใจ ส่วน 不是...就是... ค่อนไปทางคาดเดาหรือยืนยันว่าต้องเป็นหนึ่งในสองแน่ๆ
วรรคที่สองต้องเป็น 就是 ไม่ใช่ 是 เฉยๆ ผิด: 不是...,是... ผู้เรียนชาวไทยพลาดง่ายเพราะภาษาไทยพูดว่า ไม่อยู่ห้องทำงานก็อยู่ห้องปฏิบัติการ โดยคำว่า ก็ ไปอยู่ติดกับคำกริยา ไม่ได้เป็นคู่ตายตัวเหมือนภาษาจีน อีกข้อคืออย่าสับสนกับ 不是⋯⋯而是 (ér shì)⋯⋯ (ไม่ใช่... แต่เป็น...) ซึ่งใช้แก้ความเข้าใจผิดและถูกเพียงวรรคเดียว
ตัวอย่าง
เขาถ้าไม่อยู่ห้องทำงาน ก็ต้องอยู่ห้องปฏิบัติการ
เสื้อผ้าพวกนี้ไม่พอดีสักตัว ไม่ใหญ่ไปก็เล็กไป
ฝึกทำแบบฝึกหัด
ทดสอบความเข้าใจของคุณด้วยแบบฝึกหัดปรนัยสั้น ๆ
เรียน “不是⋯⋯,就是⋯⋯” ให้ได้ผล
หัวข้อไวยากรณ์ “不是⋯⋯,就是⋯⋯” (โครงสร้าง 不是 (bú shì)...就是 (jiù shì)... ถ้าไม่ใช่...ก็ต้อง...) เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของระดับ HSK 3 การจะใช้โครงสร้างนี้ได้คล่อง คุณต้องเข้าใจบริบทที่ใช้และฝึกอย่างสม่ำเสมอ
เคล็ดลับการเรียน อ่านออกเสียงตัวอย่างซ้ำหลายรอบเพื่อสร้างความเคยชินตามธรรมชาติ จากนั้นลองแต่งประโยคจากสถานการณ์ของตัวเอง แล้วใช้ปุ่มเสียงเพื่อฟังและฝึกออกเสียงให้ถูกต้อง
คุณเปิดดูบทเรียนเต็ม “” เพื่อทำความเข้าใจไวยากรณ์และคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องให้ลึกขึ้นได้เช่นกัน