Promotion

HSK 6

无A无B

wú A wú B

โครงสร้าง 无A无B (ไม่มี A ไม่มี B)

คำอธิบาย

无A无B (wú A wú B) เป็นสำนวนสี่พยางค์ (成语式 chéngyǔ shì คือมีลักษณะเป็นสำนวนตายตัว) ที่ให้น้ำหนักแบบเน้นย้ำ ความหมายโดยรวมมักเป็นความหมายเชิงสำนวน ไม่ใช่ความหมายตรงตัวว่า 'ไม่มี A ไม่มี B' คำว่า 无 wú แปลว่า ไม่มี

โครงสร้าง

无 + A + 无 + B โดย A กับ B มักเป็นคำสองคำที่อยู่ในกลุ่มความหมายเดียวกัน

ใช้เมื่อไร

ใช้ในภาษาเขียนหรือในประโยคที่กล่าวรวม ๆ เพื่อเน้นย้ำ เช่น 无时无刻不… wú shí wú kè bù (ไม่มีชั่วขณะใดที่ไม่…) หมายถึง 'ตลอดเวลา' ให้ระวังว่าต้องมี 不 bù ตามมาด้วยเสมอ ตรงกับภาษาไทยว่า ไม่เว้นแม้แต่วินาทีเดียว · 无法无天 wú fǎ wú tiān แยกความหมายทีละอักษรได้ว่า 法 fǎ คือ กฎหมาย และ 天 tiān คือ ฟ้า รวมกันเป็น 'ไม่มีกฎหมายไม่มีฟ้า' หมายถึง เหิมเกริม ไม่เกรงกลัวกฎเกณฑ์ใด ๆ ภาษาไทยมีสำนวนที่ซ้อนคำเป็นคู่แบบเดียวกันคือ บ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแป ใช้เทียบความรู้สึกได้พอดี

ข้อผิดที่พบบ่อย

ลืมใส่ 不 หลัง 无时无刻 ทำให้ความหมายกลับด้าน เพราะ 无时无刻 ที่ไม่มี 不 จะถูกอ่านเป็น 'ไม่มีเวลาไหนเลย' ซึ่งตรงข้ามกับที่ต้องการสื่อ จำสูตรสั้น ๆ ว่า 无时无刻不 = 每时每刻都 = ตลอดเวลา · พยายามแปลวลีเหล่านี้ทีละอักษรแทนที่จะจับความหมายรวมของสำนวน · ผู้เรียนไทยไม่มีระบบเสียงอ่านอักษรจีนที่ยืมเข้ามาอยู่ในภาษาแม่ไว้ให้เดาความหมาย จึงต้องอาศัยการแยกความหมายของอักษรทีละตัวแล้วประกอบเป็นภาพรวม เช่น 时 shí คือ เวลา และ 刻 kè คือ ชั่วขณะ รวมกันได้ว่า 'ทุกเวลาทุกชั่วขณะ' วิธีนี้ปลอดภัยกว่าการเดาจากเสียงอ่าน · อีกจุดคืออย่าเอา 无 ไปใช้แทน 没有 ในภาษาพูดทั่วไป เพราะ 无 เป็นภาษาเขียน ใช้ได้เฉพาะในวลีตายตัวแบบนี้เท่านั้น

ตัวอย่าง

妈妈无时无刻不在想念着国外留学的孩子。
māmawúshíwúkèbúzàixiǎngniànzheguówàiliúxuédeháizi。

แม่ไม่เว้นแม้แต่วินาทีเดียวที่จะไม่คิดถึงลูกที่ไปเรียนอยู่ต่างประเทศ นั่นคือคิดถึงอยู่ตลอดเวลา

这孩子再不管管就无法无天了。
zhèháizizàibùguǎnguǎnjiùwúfǎwútiānle。

เด็กคนนี้ถ้าไม่ดัดนิสัยเสียแต่ตอนนี้ ต่อไปก็จะเหิมเกริมจนไม่เกรงกลัวฟ้าดินหรือกฎเกณฑ์อะไรทั้งนั้น

ฝึกทำแบบฝึกหัด

ทดสอบความเข้าใจของคุณด้วยแบบฝึกหัดปรนัยสั้น ๆ

เรียน “无A无B” ให้ได้ผล

หัวข้อไวยากรณ์ “无A无B” (โครงสร้าง 无A无B (ไม่มี A ไม่มี B)) เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของระดับ HSK 6 การจะใช้โครงสร้างนี้ได้คล่อง คุณต้องเข้าใจบริบทที่ใช้และฝึกอย่างสม่ำเสมอ

เคล็ดลับการเรียน อ่านออกเสียงตัวอย่างซ้ำหลายรอบเพื่อสร้างความเคยชินตามธรรมชาติ จากนั้นลองแต่งประโยคจากสถานการณ์ของตัวเอง แล้วใช้ปุ่มเสียงเพื่อฟังและฝึกออกเสียงให้ถูกต้อง

คุณเปิดดูบทเรียนเต็ม “” เพื่อทำความเข้าใจไวยากรณ์และคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องให้ลึกขึ้นได้เช่นกัน

คำถามที่พบบ่อย