HSK 6
名量词:餐、串、滴、副、股、集、枝
míng liàng cí : cān 、 chuàn 、 dī 、 fù 、 gǔ 、 jí 、 zhī
ลักษณนามของคำนาม: 餐、串、滴、副、股、集、枝
คำอธิบาย
นี่คือกลุ่มลักษณนาม (คำบอกหน่วยสำหรับนับ เหมือน "ตัว ใบ เล่ม" ในภาษาไทย) เฉพาะของระดับ HSK6 แต่ละคำใช้กับคำนามคนละชนิด จึงใช้แทนกันไม่ได้
一 (yī, หนึ่ง) หรือคำบอกจำนวนอื่น + ลักษณนาม + คำนาม ลำดับนี้กลับด้านกับภาษาไทย ภาษาไทยเรียงเป็น คำนาม + จำนวน + ลักษณนาม (หนังสือ 3 เล่ม) แต่ภาษาจีนเรียงเป็น จำนวน + ลักษณนาม + คำนาม (三本书) คือคำนามอยู่ท้ายสุด รายละเอียดแต่ละตัว: 餐 (cān) นับมื้ออาหาร → 一餐饭 ; 串 (chuàn) นับของที่ร้อยหรือเกาะกันเป็นพวง → 一串葡萄 (องุ่น 1 พวง) ; 滴 (dī) นับหยดของเหลว → 一滴水 ; 副 (fù) นับของที่มาเป็นคู่หรือเป็นชุด → 一副球拍 (ไม้แร็กเกต 1 คู่), 一副眼镜 (แว่นตา 1 อัน) ; 股 (gǔ) นับสายลม สายพลัง กลิ่น → 一股力量 ; 集 (jí) นับตอนของละครหรือรายการ → 一集电视剧 ; 枝 (zhī) นับของยาวเรียวที่มีก้าน → 一枝花, 一枝笔
ใช้เวลานับหรือบอกปริมาณของคำนามชนิดที่ตรงกันเท่านั้น เป็นสำนวนธรรมชาติทั้งในภาษาพูดและภาษาเขียน
副 (fù, คู่หรือชุด) ต่างจาก 双 (shuāng) ตรงที่ 副 ใช้กับของที่เป็นชุดเดียวกันมาแต่เดิม (แว่นตา ไม้แร็กเกต ไพ่) ส่วน 双 ใช้กับรองเท้าหนึ่งคู่ ตะเกียบหนึ่งคู่ คำว่า "คู่" ในภาษาไทยตรงกับ 双 ไม่ใช่ 副 จึงต้องแยกให้ชัด ส่วน 枝 (zhī) กับ 支 (zhī) อ่านเหมือนกันและนับของยาวเรียวเหมือนกัน แต่ 枝 เอนไปทางกิ่งไม้และดอกไม้
ผู้เรียนไทยพลาดสองชั้นซ้อนกัน ชั้นแรกคือเรียงลำดับกลับด้านตามภาษาแม่ พูดผิดเป็น 葡萄一串 ตามแบบ "องุ่น 1 พวง" ทั้งที่ต้องเรียงเป็น 一串葡萄 ชั้นที่สองคือเมื่อนึกลักษณนามที่ถูกต้องไม่ออกก็เลี่ยงไปใช้ 个 (gè) กับทุกอย่าง กลายเป็น 一个葡萄 หรือ 一个花 ซึ่งผิด ต้องใช้ 一串葡萄 และ 一枝花 ข้อนี้ต้องระวังเป็นพิเศษเพราะภาษาไทยไม่มีลักษณนามครอบจักรวาลแบบ 个 เลย ("อัน" ใช้ได้แค่ของชิ้นเล็ก ส่วนคนต้องใช้ "คน") พอเจอ 个 ที่ครอบคลุมเกือบทุกสิ่งก็เลยติดใจใช้จนเกินขอบเขต นอกจากนี้อย่าสับสน 集 (ตอนของละคร) กับ 部 (bù ใช้นับทั้งเรื่อง)
ตัวอย่าง
อาหาร 1 มื้อ องุ่น 1 พวง น้ำ 1 หยด ไม้แร็กเกต 1 คู่ พลัง 1 สาย ละครโทรทัศน์ 1 ตอน ดอกไม้ 1 ก้าน
เรียน “名量词:餐、串、滴、副、股、集、枝” ให้ได้ผล
หัวข้อไวยากรณ์ “名量词:餐、串、滴、副、股、集、枝” (ลักษณนามของคำนาม: 餐、串、滴、副、股、集、枝) เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของระดับ HSK 6 การจะใช้โครงสร้างนี้ได้คล่อง คุณต้องเข้าใจบริบทที่ใช้และฝึกอย่างสม่ำเสมอ
เคล็ดลับการเรียน อ่านออกเสียงตัวอย่างซ้ำหลายรอบเพื่อสร้างความเคยชินตามธรรมชาติ จากนั้นลองแต่งประโยคจากสถานการณ์ของตัวเอง แล้วใช้ปุ่มเสียงเพื่อฟังและฝึกออกเสียงให้ถูกต้อง
คุณเปิดดูบทเรียนเต็ม “” เพื่อทำความเข้าใจไวยากรณ์และคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องให้ลึกขึ้นได้เช่นกัน