Promotion

HSK 7

倘若/假设/假使/若⋯⋯ ,就/那(么)⋯⋯

tǎng ruò / jiǎ shè / jiǎ shǐ / ruò ⋯ ⋯ , jiù / nà ( me ) ⋯ ⋯

โครงสร้างสมมติ: 若/倘若/假设/假使 ⋯⋯,就/那(么)⋯⋯

คำอธิบาย

นี่คือโครงสร้างประโยคความรวมแบบสมมติ (ประโยคตั้งแต่สองวรรคขึ้นไปที่เชื่อมด้วยคำสันธาน) ซึ่งตั้งเงื่อนไขหรือข้อสมมติขึ้นมาแล้วชี้ผลลัพธ์ รูปคือ 若/倘若/假设/假使⋯⋯,就/那(么)⋯⋯ แปลว่า ถ้าหรือสมมติว่า⋯⋯ ก็⋯⋯

โครงสร้าง

若 หรือ 倘若 หรือ 假设 หรือ 假使 (ruò / tǎngruò / jiǎshè / jiǎshǐ ทั้งหมดแปลว่า ถ้า สมมติว่า) + (เงื่อนไขที่สมมติขึ้น) แล้วตามด้วย 就 หรือ 那(么) (jiù / nà(me) ก็) + (ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกัน)

ใช้เมื่อไร

ใช้เมื่อยกสถานการณ์สมมติขึ้นมา (หลายครั้งเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดจริง) เพื่ออนุมานผลลัพธ์ คำกลุ่มนี้มีน้ำเสียงแบบภาษาเขียน (ใช้ในตำราและเอกสาร) เป็นทางการกว่า 如果 (rúguǒ) และ 要是 (yàoshi) ที่ใช้กันตอนพูด

ข้อแตกต่าง

若 (ruò) เป็นแบบแผนและมีกลิ่นอายภาษาโบราณ (วิธีใช้เก่าที่ยังหลงเหลือในภาษาจีนปัจจุบัน) มากที่สุด ส่วน 倘若 (tǎngruò) และ 假使 (jiǎshǐ) เอนไปทางภาษาเขียน ขณะที่ 假设 (jiǎshè) นอกจากแปลว่า สมมติว่า แล้วยังใช้เป็นคำนามแปลว่า ข้อสมมติฐาน ได้ด้วย โดยพื้นฐานแล้วทั้งสี่ตัวใช้แทนกันได้

ข้อผิดที่พบบ่อย

ควรรักษาระดับความเป็นทางการให้สอดคล้องกัน เมื่อใช้คำสันธานกลุ่มนี้แล้ววรรคหลังก็ควรมาคู่กับ 就 หรือ 那么 (jiù / nàme) อย่าผสมสำนวนภาษาพูดจนเสียระดับ และห้ามตัดคำเชื่อมในวรรคผลลัพธ์ทิ้ง ผู้เรียนชาวไทยมักตัด 就 เพราะภาษาไทยละคำว่า ก็ ได้โดยประโยคยังฟังรู้เรื่อง แต่ภาษาจีนจะกลายเป็นสองประโยคที่หลุดจากกัน

ตัวอย่าง

倘若一点儿音乐知识都没有,就会遇到困难。
tǎngruòyìdiǎnryīnyuèzhīshidōuméiyǒu,jiùhuìyùdàokùnnán。

หากไม่มีความรู้ทางดนตรีอยู่เลยแม้แต่น้อย ก็จะเจอกับความยากลำบาก

假设这是我们未来的家园,那这个世界就不会再有饥饿的儿童。
jiǎshèzhèshìwǒmenwèiláidejiāyuán,nàzhègeshìjièjiùbúhuìzàiyǒujīèdeértóng。

สมมติว่านี่คือบ้านในอนาคตของพวกเรา โลกใบนี้ก็จะไม่มีเด็กที่หิวโหยอีกต่อไป

假使一切能重新开始,那么我绝不会选择这一条路。
jiǎshǐyíqiènéngchóngxīnkāishǐ,nàmewǒjuébúhuìxuǎnzézhèyìtiáolù。

สมมติว่าทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ได้ ฉันก็จะไม่มีวันเลือกเส้นทางสายนี้เด็ดขาด

ฝึกทำแบบฝึกหัด

ทดสอบความเข้าใจของคุณด้วยแบบฝึกหัดปรนัยสั้น ๆ

เรียน “倘若/假设/假使/若⋯⋯ ,就/那(么)⋯⋯” ให้ได้ผล

หัวข้อไวยากรณ์ “倘若/假设/假使/若⋯⋯ ,就/那(么)⋯⋯” (โครงสร้างสมมติ: 若/倘若/假设/假使 ⋯⋯,就/那(么)⋯⋯) เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของระดับ HSK 7 การจะใช้โครงสร้างนี้ได้คล่อง คุณต้องเข้าใจบริบทที่ใช้และฝึกอย่างสม่ำเสมอ

เคล็ดลับการเรียน อ่านออกเสียงตัวอย่างซ้ำหลายรอบเพื่อสร้างความเคยชินตามธรรมชาติ จากนั้นลองแต่งประโยคจากสถานการณ์ของตัวเอง แล้วใช้ปุ่มเสียงเพื่อฟังและฝึกออกเสียงให้ถูกต้อง

คุณเปิดดูบทเรียนเต็ม “” เพื่อทำความเข้าใจไวยากรณ์และคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องให้ลึกขึ้นได้เช่นกัน

คำถามที่พบบ่อย