HSK 7
偏偏
piān piān
偏偏 (piānpiān) บอกเรื่องที่สวนทางกับความต้องการหรือความคาดหวัง
คำอธิบาย
偏偏 (piānpiān) เป็นคำวิเศษณ์บอกน้ำเสียง ใช้เน้นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นสวนทางกับหลักปกติ ความต้องการ หรือความคาดหวังอย่างสิ้นเชิง มีสีสันของความประหลาดใจ ความหงุดหงิด และความจำนน ให้อารมณ์ประมาณว่า ดันมาเป็นอย่างนั้นเสียได้
ประธาน + 偏偏 (piānpiān) + คำกริยาหรือกริยาวลี มักไปคู่กับ 又 (yòu แปลว่า อีกแล้ว) และ 怎么 (zěnme แปลว่า ทำไมถึง) เพื่อเพิ่มสีสันของการสวนความคาดหวัง
ใช้ในสองกรณี หนึ่งคือเมื่อการเลือกอย่างหนึ่งสวนทางกับหลักปกติ เช่น มีคนสวยตั้งมากมายแต่ดันไปชอบคนนั้น สองคือเมื่อเรื่องน่ารำคาญมาเกิดในจังหวะที่ไม่สะดวกที่สุดพอดี ใช้มากในภาษาพูด
偏偏 (piānpiān) กับ 偏 (piān) ความหมายใกล้กัน แต่ 偏偏 หนักไปทางอารมณ์และน้ำเสียงบ่นมากกว่า อีกทั้ง 偏偏 เน้นสภาพภายนอกที่ขัดใจ ส่วน 故意 (gùyì แปลว่า จงใจ) คือการตั้งใจทำ
อย่าสับสน 偏偏 กับความจงใจของผู้พูดเอง เพราะ 偏偏 พรรณนาเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ตลกร้าย ไม่ใช่การกระทำที่ผู้พูดตั้งใจทำ ผู้เรียนไทยยังพลาดเรื่องตำแหน่งด้วย เพราะภาษาไทยใช้คำว่า ดัน วางไว้หน้าคำกริยาก็ได้ หรือใช้ เสียได้ ปิดท้ายประโยคก็ได้ จึงเผลอเขียนเป็น 孩子又醒了偏偏 ที่ถูกคือ 孩子偏偏又醒了
ตัวอย่าง
รอบตัวมีสาวสวยตั้งมากมาย ทำไมคุณถึงดันไปชอบเธอคนนั้นเสียได้
พวกเราแต่งตัวเสร็จเตรียมจะออกไปแล้ว แต่เจ้าเด็กดันตื่นขึ้นมาอีกเสียได้
ฝึกทำแบบฝึกหัด
ทดสอบความเข้าใจของคุณด้วยแบบฝึกหัดปรนัยสั้น ๆ
เรียน “偏偏” ให้ได้ผล
หัวข้อไวยากรณ์ “偏偏” (偏偏 (piānpiān) บอกเรื่องที่สวนทางกับความต้องการหรือความคาดหวัง) เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของระดับ HSK 7 การจะใช้โครงสร้างนี้ได้คล่อง คุณต้องเข้าใจบริบทที่ใช้และฝึกอย่างสม่ำเสมอ
เคล็ดลับการเรียน อ่านออกเสียงตัวอย่างซ้ำหลายรอบเพื่อสร้างความเคยชินตามธรรมชาติ จากนั้นลองแต่งประโยคจากสถานการณ์ของตัวเอง แล้วใช้ปุ่มเสียงเพื่อฟังและฝึกออกเสียงให้ถูกต้อง
คุณเปิดดูบทเรียนเต็ม “” เพื่อทำความเข้าใจไวยากรณ์และคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องให้ลึกขึ้นได้เช่นกัน